Screenshot
เมื่อถึงเวลาติดคุก คนที่บอกว่าคุณไม่ผิด เขาไม่ได้เข้าไปติดแทนคุณ!
#อัษฎางค์ยมนาค | #อ่านเกมอำนาจ
พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า กล่าวในรายการออนไลน์ THE STANDARD NOW ของสำนักข่าวเดอะสแตนดาร์ด ถึงกรณีที่ น.ส.เบญจพร สุขสว่าง สาวผมทองสวมเสื้อแดงสโมสรลิเวอร์พูล บุกเข้าไปในพื้นที่จัดเก็บหีบบัตรเลือกตั้ง และเปิดหีบบัตรเลือกตั้ง ปรากฎเป็นภาพผ่านโซเชียลมีเดียว่า “กรณีที่น้องสองคนไปเดินเคาะหีบ เปิดหีบ ยังไม่เข้าข่ายกฎหมายที่ว่ามีการปนเปื้อนหีบบัตรเลือกตั้ง เพราะว่าชัดเจน กล้องเป็นร้อยจับอยู่ ไม่มีการล้วงมือลงไป ไม่ได้สัมผัสบัตร”
แต่ความจริงคือ แม้จะอ้างว่าไม่ได้จับบัตร แต่การ “เปิดหีบ” โดยไม่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย มีความผิดสำเร็จในแง่ของการรบกวนกระบวนการเลือกตั้ง และขัดต่อระเบียบ กกต. อย่างชัดเจน ส่วนเจตนาจะเป็นไปเพื่อการตรวจสอบจริงหรือเพื่อสร้างสถานการณ์ให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ เป็นเรื่องที่พนักงานสอบสวนและ กกต. ต้องรวบรวมหลักฐานส่งศาลต่อไป
การพยายามสร้างวาทกรรมแก้ตัวว่า “แค่เปิดดูแต่ไม่ได้จับบัตรไม่ผิด” นั้น… หยุดฟังความจริงทางกฎหมายตรงนี้!
ความจริงที่ต้องรู้ก่อนติดคุก
การเปิดหีบบัตรโดยไม่มีอำนาจหน้าที่ มีความผิดตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. (เช่น มาตรา 106 และ 144) มีโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี และปรับสูงสุด 2 แสนบาท รวมถึงอาจถูกตัดสิทธิเลือกตั้งนานถึง 20 ปี
เปิด = ผิดสำเร็จ
กฎหมายมุ่งคุ้มครองความปลอดภัยของคะแนนเสียง การไปแตะต้องหรือเปิดหีบถือเป็นการรบกวนกระบวนการเลือกตั้งให้ไม่สงบเรียบร้อย ไม่จำเป็นต้องรอให้มือสัมผัสบัตรความผิดก็เกิดขึ้นแล้ว
อย่าเป็น “แพะ” ให้แกนนำ
ในขณะที่คนทำเสี่ยงคุก แกนนำกลับออกมาให้สัมภาษณ์ปัดกวาดความผิดและใช้เหตุการณ์นี้เป็นเชื้อไฟในการ “ปั่นกระแส” เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของการเลือกตั้งที่พวกตนพ่ายแพ้
“เจตจำนงของประชาชน” ที่แท้จริง คือการเคารพกฎหมายและยอมรับผลจากคูหา ไม่ใช่การทำตัวเหนือกฎหมายแล้วอ้างว่าทำเพื่อประชาธิปไตย
การอ้างว่าทำเพื่อตรวจสอบในนามประชาชน แต่กลับละเมิดกฎหมายเสียเอง มักถูกมองว่าเป็นพฤติกรรม “ยั่วยุ” เพื่อสร้างสถานการณ์ให้เกิดความวุ่นวายและไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง
อย่าให้ความโกรธแค้นที่ถูกยั่วยุ หรือความอยากเด่นในโซเชียล นำพาคุณไปสู่คุกตาราง เพราะถึงเวลาติดจริง… คนที่บอกว่าคุณไม่ผิด เขาไม่ได้เข้าไปติดแทนคุณ!